Categories
เที่ยวชมเมืองลำปาง

กาดกองต้า

กาดกองต้า เป็นภาษาเหนือหมายถึง ตลาดตรอกท่าน้ำ แต่เดิมสถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองมากในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะเป็นเมืองท่าติดกับแม่น้ำวัง

Categories
เที่ยวชมเมืองลำปาง

รถม้า

รถม้า ลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังมีการใช้รถม้าภายในตัวเมือง จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ลักษณะตัวรถม้าเป็นแบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับม้า ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย นั่งได้คันละไม่เกิน 4 คนสำหรับผู้ที่สนใจ สามารถไปขึ้นรถม้าได้ที่ หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดลำปาง, สี่แยกเวียงทอง และ หน้าสถานีดับเพลิง อัตราค่าบริการต่อรอบอยู่ที่ 100-200 บาท

Categories
เที่ยวชมเมืองลำปาง

สะพานรัษฎาภิเศก

สะพานรัษฎาภิเศก หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่าสะพานขาว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำวัง เดิมเป็นโครงสร้างไม้ สร้างขึ้นในสมัยเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้านครลำปาง ก่อสร้างเสร็จในปีพ.ศ.2436 ตรงกับรัชสมัยของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งในสมัยนั้นนับเป็นสะพานที่ใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 120 เมตร สะพานรัษฎาภิเศกนี้ มีชื่อมาจากการสร้างสะพานเพื่อถวายเป็นที่ระลึกในงานพิธีรัชดาภิเษกรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานชื่อ สะพาน ว่า รัษฎาภิเษก

Categories
เที่ยวชมเมืองลำปาง

บ้านเสานัก

บ้านเสานัก ตั้งอยู่ที่เลขที่ 6 ถนนป่าไม้ เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น จึงเรียกว่าบ้านเสานัก(ตามภาษาพื้นเมือง นัก มีความหมายว่า มาก) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดย หม่องจันโอง ต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ ลักษณะศิลปะพม่าผสมล้านนาเป็นบ้านไม้สักทรงไทย หลังคาและโครงสร้างเป็นแบบล้านนา

บ้านเสานักได้รับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือ “รางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทเคหสถานบ้านเรือนเอกชน” คัดเลือกโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2548

บ้านเสานักเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

Categories
เที่ยวชมเมืองลำปาง

วัดศรีชุม

วัดศรีชุม เป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด สร้างในปี พ.ศ.2433 โดยคหบดีพม่าชื่อ อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตนเองมีฐานะดีขึ้นจึงต้องการทำบุญโดยสร้างวัดศรีชุมขึ้นในเขตตำบลสวนดอก

จุดเด่นของวัดศรีชุม เดิมอยู่ที่พระวิหาร ซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ ่งไม้ที่มีศิลปะการตกแต่งแบบล้านนาและพม่า แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารทั้งหลัง เมื่อปี 2535 คงเหลือเพียงไม้แกะสลักตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารเท่านั้น ปัจจุบันวัดได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ และยังมีชิ้นส่วนเครื่องประดับอาคารที่ถูก
ไฟไหม้ไปจัดแสดงไว้ด้านหลังวิหาร